วันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติ

วันที่ข้าพเจ้าจำได้ว่า เคยไปนั่งในเฮลิคอปเตอร์กับพ่อที่ค่ายเสนาณรงค์ และเป็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เคยทำแบบนั้นในวันเด็ก ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรเวลาที่มีคนถามถึงอาชีพในอนาคตที่ใฝ่ฝันไว้ และข้าพเจ้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีนั้นข้าพเจ้าอายุเท่าไหร่...

ก็เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่ความทรงจำส่วนนี้เลือนลางเหลือเกิน เพราะไม่ได้มีใครในครอบครัวให้ความสำคัญกับวันนี้มากนัก เพราะทุกคนในครอบครัวต่างทำมาหากิน วันเด็กจึงไม่ใช่วันของเด็กอย่างฉัน สมัยนั้นข้าพเจ้าได้เงินใช้ในวันเสาร์-อาทิตย์ เพียง 2บาท เท่านั้น ดังนั้นในวันเด็กข้าพเจ้าก็อาจได้เพิ่มเป็น 5บาท ไม่เกินกว่านี้ และมีความสุขที่ได้ซื้อขนมทานเพิ่มในวันดังกล่าว มากกว่าร้องขอให้พาไปเที่ยวงานที่ไหนๆ

วันนี้เมื่อข้าพเจ้าเลยวัยเด็ก วัยที่ควรเรียนรู้ตามวัยให้สมวัยหมดไป หรือก้าวข้ามผ่านวัยนั้นมา มีบางครั้งที่ยังคงถามตัวเองว่า เมื่อสมัยเด็กๆตัวเราเคยฝันอยากเป็นอะไร...ซึ่งคำตอบที่ได้คือความว่างเปล่า ข้าพเจ้าทำวัยเด็กสูญหายไปนานแล้ว และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มที่ข้าพเจ้าหันมาทำงานด้านศิลปะ ซึ่งอาจเป็นเพียงการพยายามสานต่อความเป็นเด็กที่ตกหล่นหายไปให้ยังคงอยู่มากที่สุดก็เป็นได้

วันเด็ก วันของเด็ก สำหรับเด็ก เพื่อเด็ก อย่าปล่อยให้เด็ก ต้องอยู่อย่างเหงาหงอยโดดเดี่ยวในวันนี้เลย เพราะเมื่อเขาเติบโตขึ้นแล้วย้อนถามตัวเองว่าวัยเด็กของเขาหายไปไหน คำตอบที่ได้ อาจไม่ต่างกันกับข้าพเจ้าก็เป็นได้ ใน 1ปี วันเด็กมีเพียงวันเดียว ให้เวลากับเขาบ้างนะ เพราะวันที่เหลือก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แทบทั้งสิ้น หันไปมองลูกของคุณ หลานของคุณ หรือแม้กระทั่งเด็กๆที่กำพร้าที่ถูกทอดทิ้งกันบ้างก็ดีนะครับ

สุขสันต์วันเด็ก ขอให้เด็กทุกคนมีความสุขที่ได้เรียนรู้ ที่ได้ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อการเรียนรู้ และชอบที่จะได้เรียนรู้ แล้วเติบโตขึ้นเป็นกำลังของชาติ แทนที่จะกลายเป็นช่องว่างของประชากรในประเทศ ช่องว่างที่ไม่รู้ว่าตัวตนของตัวเองจะก้าวไปทางไหนเมื่อโตขึ้น หรือกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าทำตัวเรียกร้องความสนใจมากจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่สังคมและประเทศชาติด้วยการทำอะไรผิดๆ ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าผิด

พ.ศ. 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม - จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม

พ.ศ. 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า

พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด

พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย

พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด

พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

พ.ศ. 2507 - งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี

พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี

พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย

พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง

พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ

พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส

พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ

พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ

พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - สามัคคีคือพลัง

พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี

พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช - เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้

พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย

พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กไทยคือหัวใจของชาติ

พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม

พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

พ.ศ. 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม

พ.ศ. 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา

พ.ศ. 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม

พ.ศ. 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา

พ.ศ. 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน - สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม

พ.ศ. 2536 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2537 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2538 - นายชวน หลีกภัย - สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา - มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด

พ.ศ. 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ - รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด

พ.ศ. 2541 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

พ.ศ. 2542 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส

พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี

พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน

พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด

พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข

และคำขวัญวันเด็กปีนี้

พ.ศ.2551 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - “สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม”

บางที ความรักอาจเป็นแค่

ทุกอย่างที่เกิดจากความรัก แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นความอดทนอดกลั้น จนถึงจุดหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างเริ่มมองกลับเข้าหาตัวเอง ทุกสิ่งก็กลายเป็นความเห็นแก่ตัว จนกว่าจะเริ่มรู้สึกถึงการสูญเสีย เมื่อนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็มักจะสายไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็มักจะช้าเกินไป...เสมอๆ

บางครั้งความเสียหายเกิดขึ้นกับคนอันเป็นที่รัก บางครั้งเกิดความเสียหายกับตัวเราเอง แต่ไม่ว่าจะเกิดในรูปแบบใด ความเสียหายไม่เคยทำให้ใครรู้สึกดี เพราะความทุกข์ที่เกิดตามมามักรุนแรงและเลวร้ายจนยากจะรับไหว...จนเกินจะทนได้...จนหมดสิ้นซึ่งสิ่งที่สวยงามในความคิดและจิตใจ...แล้วทุกอย่างก็ดำดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งไฟนรก เผาผลาญกลืนกินจิตใจอันโสมม และอยู่เยี่ยงนั้นยาวนาน จนกว่าเราจะฉุดตัวเราเองขึ้นมาได้...เพราะคงไม่มีใครไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหน ที่จะมาช่วยเราไว้จริงๆสักคน...สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบางครั้งก็คาบเกี่ยวกับความรู้สึกเห็นแก่ตัวจนยากจะแยกแยะได้

บางที ความรักอาจเป็นแค่
สารเคมีในร่างกายที่หลั่งออกมามากเกินพอดี บวกกับ จินตนาการที่มีมากเกินไป
เพียงแค่นั้นก็เป็นได้

สินค้ามนุษย์

คำๆนี้ได้อ่านมาจากหนังสือเล่มหนึ่งตอนใกล้บทท้ายๆ รู้สึกสะดุดตากับคำๆนี้ เพราะมันทำให้ข้าพเจ้าพาลนึกถึงอะไรหลายๆอย่างในประเทศนี้ว่านี่เขามองเห็นเราเป็นสินค้า หรือพัสดุอะไรสักอย่างรึเปล่า...?

เช่นนึกไปถึงระบบขนส่งของประเทศเรา กับอุบัติเหตุซ้ำซากที่เกิดขึ้น ว่านี่เขารู้รึเปล่าว่าเราเป็นคน เป็นสิ่งมีชีวิต และมีภาระหน้าที่ต่อบุคคลที่รอคอยเราอยู่ทั้งที่บ้านที่ทำงานหรือที่ใดๆที่เราเดินทางไป ไม่ใช่แค่พัสดุที่ส่งๆไปให้ถึง เอ...หรือพวกเขาเห็นเราเป็นแค่ สินค้ามนุษย์

อ่านข่าวพวกสถานเสริมความงาม หรือพวกที่ผลิตเครื่องสำอางแบบผิดกฎหมาย ว่าเขาเคยคิดว่าเราเป็นคนรึเปล่า ใช้เราเป็นหนูทดลองเพื่อทดสอบสินค้าของเขาแค่นั้นเองเหรอ นี่เรากลายเป็นสินค้ามนุษย์ในรูปแบบของการทดลองไปแล้วเหรอ

แล้วยังพวกที่ลักลอบค้ามนุษย์ ส่งไปขายตัวในต่างประเทศที่ไม่ใช่แบบสมัครใจ เขาไม่เห็นว่าคนเหล่านั้นเป็นคนบ้างเหรอ คนเหล่านั้นเป็นแค่สินค้ามนุษย์ที่ใช้เพียงเพื่อรองรับ สันดานโฉดของไอ้คนเพศผู้บางจำพวก รองรับตัณหา ราคะ ของไอ้พวกเพศผู้มีปมด้อย แค่นั้นเองเหรอ

ความเป็นคนที่กระทำต่อคนเยี่ยงคนเขาทำกันเป็นแบบนี้เหรอ คิดกันแบบนี้เหรอ แค่สินค้ามนุษย์เหรอ...แย่จัง

อาจมีมากกว่านี้อีกหลายเรื่องซึ่งตอนนี้ก็นึกไม่ออก กับการกระทำที่เห็นคนเป็นเพียงสินค้า แต่ที่อยากถาม คือ...นี่คือสิ่งที่สัตว์ประเสริฐเขาปฏิบัติต่อกันใช่ไหม ต่างคนต่างมองว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ สินค้ามนุษย์ใช่ไหม ความเสื่อมตามคำทำนายที่กล่าวถึงกาลสมัยเลยครึ่งพุทธกาลไปแล้วเป็นแบบนี้ใช่ไหม นอสตราดามุส บอกถึงกาลสิ้นยุคนั้น มันมีจุดเริ่มจากความเลวร้ายของคนบนโลกในยุคนี้ใช่ไหม ยุคที่วัตถุ เทคโนโลยีเจริญก้าวล้ำไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่จิตใจกลับต่ำลงเรื่อยๆเยี่ยงนี้ใช่ไหม

เฮ้อ...นี่เราเป็นได้แค่นี้เองเหรอ "สินค้ามนุษย์"

ก็แค่มนุษย์

ผู้ชายคนหนึ่ง...
ต้องเข้มแข็งแค่ไหน...
ต้องอดทนอดกลั้นขนาดไหน
จึงเรียกว่า ผู้ชาย...

ผู้ชายเสียใจไม่เป็นเลยใช่ไหม
ร้องไห้ให้ใครเห็นไม่ได้เลยใช่ไหม
แสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้เลยเหรอ

ผู้ชายอย่างฉัน...ร้องไห้เมื่อเสียใจ
มันผิดด้วยหรือ...

มันดูอ่อนแอมากเลยใช่มั้ย...
กับพฤติกรรมเหล่านั้น

ก็ถ้าเหล็กกล้า หลอมละลาย ด้วยความร้อน
หินผา ถูกกัดเซาะเพราะหยดน้ำได้
ใจฉันเป็นแค่ก้อนเนื้อเท่ากำปั้น
มันจะแกร่งได้ขนาดไหนกัน...

ผู้ชาย...ก็แค่คำเรียกอ้าง
ปกปิด ความอ่อนแอ ของจิตใจภายใน
เท่านั้นแหละ...

ก็แค่มนุษย์...

รถไฟยางแตก

หนึ่งในสิ่งที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้ในโลกใบนี้

ชิวิตที่ดำเนินไปแบบรถไฟยางแตก

ถ้าล้อรถไฟมียาง ก็คงไม่ต้องใช้รางรถไฟ
แต่ความเป็นจริง รถไฟวิ่งอยู่บนราง...และไม่มียางที่ล้อ
ดังนั้นการวิ่งไปยังสถานที่ใดๆ ถูกบังคับให้วิ่งไปตามรางเท่านั้น

ฉันก็แค่ดำเนินชีวิตในรูปแบบของฉัน บนรางรถไฟของฉัน
ของฉันเองคนเดียว...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
ฉันใช้ชีวิตที่ถูกต้อง...ในสายตาใครต่อใคร

ฉันแค่พยายามเลือกเส้นทางชีวิต ที่เป็นไปได้อย่างปุถุชน
ไม่ใช่อย่างปัจเจกบุคคล...เพราะฉันไม่เหมาะกับคำๆนี้
มันสูงส่งเกินไป

ความผิดเดียวที่ฉันรับรู้ คือ บังเอิญ รถไฟอย่างฉัน ยางแตก
ความผิดที่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทำให้มันเกิดขึ้น
แต่ฉันก็จะยอมรับมัน...ว่าฉันผิดที่มีส่วนทำให้เกิด

เพราะคนที่ทำอะไรไม่ผิดเลย คือ คนที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

ไม่เคยบอกว่าตัวฉันเป็นคนดี และไม่พยายามทำตัวเป็นคนดี
ฉันเป็นแค่ฉัน แค่คนที่ไม่เบียดเบียนใครเกินความจำเป็น
ไม่พยายามสร้างตัวตนขึ้นมาบดบังตัวตนที่มีมาแต่เกิด
...และนั่นคือทั้งหมดที่ฉันเป็น